**เอ็นทรี่นี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นกรณีศึกษา กรุณาใช้วิจารณญาณที่ถูกๆในการอ่าน**
 
 
 
แบบว่าห่างหายไปนาน จนเกือบจะอยากเลิกเขียนบล็อกไปแล้ว แต่คิดๆดู มันขาดไม่ได้เนอะ กับการแสดงความเห็นส่วนตัวในพื้นที่ที่เป็นของเรา (แต่สาธารณะในระดับหนึ่ง)
มาเข้าเรื่องดีกว่า
ก่อนอื่น อยากนิยามคำว่าศิลปะก่อนสักนิด
 
 
 
คำว่าศิลปะ (Art) ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่เป็นรูปธรรม ไม่ได้แปลว่าสิ่งที่เข้าใจได้ยาก ไม่ได้แปลถึงการสร้างสรรค์ผลงานประเภทจิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ส่อเค้าว่ามาทางนี้
แต่คำว่า "ศิลปะ" หมายถึง กลวิธี หนทาง หรือ อะไรก็ได้ ในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ออกมาดี ดูมีคุณค่า ดูมีความตั้งใจ เหมือนมีการไตร่ตรองมาก่อน ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่าศิลปะเป็นสิ่งที่กล่าวไปก่อนหน้านี้เพียงเท่านั้น แต่
จริงๆแล้วศิลปะมีอยู่ในทุกที่ ทุกอย่าง และ ทุกเวลา จนเราแทบจะแยกไม่ออก
แล้วมันเกี่ยวกับเรื่องเพศและอนาจารยังไง ?
ถ้าจะให้จขบ.ตอบ ก็คงจะตอบว่า เกี่ยวอย่างมาก 
ก่อนอื่นมานิยามคำว่าอนาจารก่อน จะได้เปรียบเทียบกันได้
คำว่าอนาจาร พูดสั้นๆ มันก็คือการล่วงละเมิดที่ผิดประเพณี ผิดธรรมเนียมทางเพศ โดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอมนั่นแหละ
เรื่องเพศ ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับสิ่งมีชีวิตมีเพศทุกสปีชี่ส์บนโลก จริงๆนะ จะเกิดมาจากพ่อจากแม่ ก็เกิดมาจากเรื่องพวกนี้ ให้พูดกันตามตรงมันหนีไม่พ้นหรอกเรื่องเพศ
เกิดมาเป็นเด็กก็ต้องรู้ละว่า สิ่งมีชีวิตบนโลกมีสองเพศตามหลักการทั่วๆไป (ไม่นับพวก Homosexual , Bisexual , Lesbian)
พอโตอีกหน่อย ก็ได้เรียนการเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่นหญิงและชาย เผลอๆอาจได้เรียนเพศศึกษายันเรื่องยาคุมกำเนิด บางคนก็มีแอบศึกษาเองไม่ให้ผู้ใหญ่รู้
ประเด็นคือ ไม่ได้อยากชี้โพรงให้กระรอก
แต่อยากพูดถึงว่า สมัยนี้ "อะไรๆ" มันมากจนเกินไปหรือเปล่า?
มนุษย์ขาดเรื่องพวกนี้ไม่ได้ มันเป็นธรรมชาติ คำกล่าวนี้ถือว่าจริง
แล้วมันก็ต้องมีพวกที่หมกมุ่นในเรื่องพวกนี้บ้าง มันก็จริง
ทุกวันนี้มีสื่อประเภทนี้เกิดขึ้นมากมายในสังคมไทย และคนที่เข้าถึงสื่อพวกนั้นได้ง่ายก็คือคนทุกเพศทุวัย ไม่ใช่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
ที่อยากจะถามก็คือ ทุกวันนี้มันเป็นศิลปะไหม ?
ใช่....อ่านไม่ผิดหรอก เรื่องเพศก็มีศิลปะ มีศิลปะในการแสดงออกและการถ่ายทอด ซึ่งเหตุผลหลักๆก็คืออยากบอกกับคนเสพว่า มันไม่ได้มีแเกิดอารมณ์เงี่ย-แล้วก็ปี้กัน เพราะนั่นมันก็เรียกว่าอนาจารแล้ว
พอถึงตอนนี้คงจะดูขัดแย้งกัน ไหงบอกว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องธรรมดา แล้วดันมาบอกว่าเป็นอนาจารอีก มันก็ถูกอีก
เรื่องเพศเป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็กลายเป็นอนาจารได้ ถ้ามันมากเกินไป
ซึ่งทุกวันนี้ มันมากเกินไปเหลือเกิน จนทำให้แยกไม่ออกว่าเรื่องไหนคือศิลปะ เรื่องไหนคือ อนาจาร จนมีคนเข้าใจผิดๆและพากันหลงมัวเมาไปว่ามันคือศิลปะประเภทหนึ่ง (กับเรื่องพวกนี้ที่มันมากไป)
โดยที่ในกรณีที่มันเป็นรสนิยมส่วนตัวก็ไม่ว่ากัน เพราะมันเป็นสิทธิ์ของคุณ ที่คุณจะชอบอะไรก็ได้ ตราบใดที่คุณยังไม่ทำความเดือดร้อนให้คนอื่น
จะพูดคุยเรื่องเพศ ก็คุยกันได้ แต่จงพูดคุยกันเหมือนเป็นเลิฟซีนแค่ไม่กี่นาทีในภาพยนตร์ ไม่ใช่พูดถึงมันเหมือนกับเป็นหนังแผ่นใต้ดินที่เน้นเรื่องอย่างว่าอย่างเดียว เพราะเกรดมันต่างชั้นกันจนเห็นได้ชัด
คุณอาจจะคิดว่าไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ใครในสังคม แต่คุณกำลังทำลายคุณค่าของตัวคุณเองเมื่อคุณไปพูดเรื่องนี้ที่มันมากเกินไปกับคนอื่นๆ เพราะคนอื่นๆไม่ได้คิดเหมือนคุณ
สังคมไทยอาจไม่ใช่สังคมฟรีเซ็กซ์ และ เปิดกว้างในเรื่องพวกนี้ในระดับหนึ่ง แต่จะทำอะไรก็ขอให้มันมีขอบเขตบ้าง ทั้งในแง่ของบรรทัดฐานทางสังคมและบรรทัดฐานทางศีลธรรม   ไม่ได้อยากขอให้เป็นเด็กไม่รู้ประสีประสาไร้เดียงสา แต่ว่าให้มันน้อยๆหน่อย
คนบางคนก็เอียน ไม่อยากพูดมากไป เพราะชีวิตไม่ใช่ตั๊กแตน ที่เกิดมาแล้ว สืบพันธุ์จากนั้นก็ตาย
ไม่งั้นมันจะมีคำพูดออกมาหรือว่า "ศิลปะกับอนาจารต่างกันแค่เส้นบางๆกั้น"
ใครจะเลือกอย่างไหนก็สุดแล้วแต่มโนสำนึกของคนๆนั้นเองก็แล้วกัน มันเป็นสิทธิส่วนบุคคลนี่นะ ไม่ขอยุ่งเกี่ยวหรอก
แต่อย่ามาพูดมากจนเกินไปให้ฟัง สารภาพตรงๆว่า "รับไม่ได้"