วันนี้เป็นวันที่ 28 พฤษภาคม 2008 (2551)
เป็นวันที่ 8 ของการเปิดเทอม ของนางสาว วนิดา ชั้น ม.4/3 เลขที่ 28 ชีวิตตรูจะเจออาถรรพ์อะไรอีกวะ!!!
ตื่นเช้ามาก็เจอเลย........
ไม่สิต้องตั้งแต่นอนแล้ว
ฝันเห็นพ่อสุภาพบุรุษสุดสวาทยาใจของข้อย... (อิอร๊างงงงงงงงง ไม่ได้ฝันเห็นมานานมากแล้วนะเนี่ยยยยยตั้งแต่เดือนกุมภาแล้ว พี่ยาใจจ๋า~>////<)
ประเด็นจับผิดจักรภพ เพ็ญแข 8 ข้อ
มองไปทางไหนก็เจอแต่เลข 28
ไม่ว่าจะเลขทะเบียนรถคนอื่น เลขในชีท หน้าของบทเรียนยูนิทที่เท่าไหร่ไม่รู้ในหนังสือ ฯลฯ
แต่ที่บังเอิญ (รึเปล่า) โคตรๆก็คือ
สอบวัดระดับภาษาอังกฤษ (มันมี 3 ระดับ คือ Elementary, Pre-Intermediate, Intermediate) เป็นการวัดว่าสื่อที่จะต้องทำส่งต้องทำระดับไหน
ผลออกมา....
เลขที่ 28 ได้ 82 คะแนน
อร๊ากกกกกกกกกกกก พอกันที ทำไมวันนี้ตรูเจอแต่ 2-8-8-2 วะคะ!!!!! *0*
ยัง ยังไม่พอเราไม่ได้เจอแค่โค้ดลับเท่านั้น
ตอนเรียนภาษาไทย
เราเจอเต็มๆเลยค่ะ!
ไม่เชื่อก็ดูเลย อ่ะ
เป็นไงบ้างคะ...ยังจะโค้ดลับอีกมั้ย
ยังไม่หมดนะคะ เรามีเพื่อนชื่อนิว เป็นผู้ชายด้วย แต่เวลาเขียนชื่อเป็นภาษาญี่ปุ่น ชื่อมันจะอ่านว่า นิอุ แต่ถ้าเผลออ่านเร็วๆจะเป็น......ก็รู้ๆกันอยู่นะคะ ฮ่ะๆๆๆๆๆ ดีนะที่มันไม่มีไฝแถวปาก ไม่งั้นแกโดนฉันเรียกว่า......แน่ไอ้นิว อุวะฮ่ะๆๆๆๆ ^0^
เอาละ....ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ชีวิตอินุ่นจะต้องผูกติดกับ 28 ไปอีกนาน
วันนี้เป็นฤกษ์งามยามดีที่จะมาลงฟิคที่แต่งเองสดๆซักหน่อย
ชื่อเอ็นทรี่ก็บอกอยู่แล้วว่าแกงโฮะ คือมันจะมีทุกอย่างในเอ็นทรี่นี้ตั้งแต่เรื่องของชีวิตประจำวันยันฟิค
เอาล่ะ ไปอ่านกันอย่างไม่ประมาทเลยดีกว่า
สืบเนื่องมาจากคีย์เวิร์ดด้านบนจากวิชาภาษาไทย ฟิคนี้จึงขออนุญาตเป็นฟิคยาใจของข้อยนะเจ้า
แต่ก่อนอื่นขออธิบายชื่อผู้แต่งนิดหนึ่ง....รุ่งมณี นั้นมาจากการจิ้นตัวละครซัพพอร์ทเรือนใจของพี่โดยเราเอง 555+
ตอนนี้จิ้นได้ 2 คนคือ พี่ยั้งกับน้องมณี (รุ่งมณี)
โอชิทาริ เคนยะ เป็น คุณยั้ง ญาติคุณอยู่ ไม่รู้ว่าหม้อเหมือนกันรึเปล่า
ไซเซ็น ฮิคารุ เป็น รุ่งมณี (ไว้คิดได้ว่าลูกเต้าเหล่าใครจะบอกอีกที 555+)
ดังนั้นเกทมั้ยคะ ^______________^
ถ้างั้นก็ไปอ่านกันเลย ขอบอกก่อนว่าฟิคนี้เกิดจากจินตนาการของเราล้วนๆ อ่านแล้วหากไปเหมือนกับของใครก็ต้องขออภัยด้วย แต่ก็ยังยืนยันคำเดิมว่า เราแต่งเองทั้งหมด
ขอบคุณค่ะ ^v^
Fan Fiction ยาใจของข้อย : วสันต์ฤดู
ผู้แต่ง : รุ่งมณี
คำแนะนำสำหรับผู้ชม (ผู้อ่าน) :
ประเภท : กุ๊กกิ๊กน่ารักหวานแหววจนอยากถีบทิดโอเบาๆ
คู่: ทิดโอ (อ้ายภูริ) x แม่กัลยาคนงาม
โปรยเล็กน้อย : ฟิคสั้นสั่นหัวใจ ฝนตกหม่นหมองข้องฤทัย จะกลุ้มไปไย อ่านฟิคกันให้ชื่นอุราพาเกษมกันเถิด และบัดนี้ ได้ฤกษ์อันสมควรแล้ว ขอเบิกโรงวสันต์ฤดู ณ บัดนี้........
+
+
+
(ไอ้ที่ขีดฆ่าอย่าสนใจ นะจ๊ะ^w^)
ท้องฟ้ายามเย็นที่เมื่อครู่นี้นั้นยังมีแสงแดดอ่อนๆอาบไล้ไปทั่วบริเวณลานหน้าบ้านหลังน้อยๆแบบยกพื้นนั้นพลันหายไปในชั่วพริบตา เพราะเมฆฝนเริ่มตั้งเค้าอันเป็นสัญญาณให้ผู้ที่ทำภารกิจอยู่นอกบ้านทุกคนไม่ว่าจะใครก็ตามให้ขึ้นเรือนกันได้แล้ว
"จนป่านนี้แล้ว ไอ้พี่ทิดโอ ไปเถลไถลที่ไหนนะ" แม่กัลยาคนงามพึมพำเบาๆพร้อมกับชะเง้อหาร่างของคนบางคนที่ออกบ้านไปตั้งแต่ก่อนเที่ยง แต่ทว่าตอนนี้เริ่มเย็นย่ำแล้วแถมฝนกำลังตั้งเค้าเข้ามายังไม่โผล่กบาลหัวมาให้ผู้ที่กำลังถางหญ้าที่สูงเพียงเอวในบริเวณสวเห็นเลยแม้แต่น้อย
"อ้าว กัลยาฝนตั้งเค้ามาแล้วนะ ยังไม่ขึ้นเรือนอีกรึแม่" ชายแก่อายุอานามท่าทางจะไม่น้อยเดินมาตามถนนที่ตัดผ่านหน้าบริเวณเรือน ในมือถือจอบและเสียม เอ่ยทักน้องเมียตัวเอง
"ยังหรอกพี่สา พี่ทิดโอยังไม่กลับมาเลย" ผู้ที่ถูกถามรามือจากงานตรงหน้าพร้อมกับตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแล้วไม่ค่อยน่าสบายใจเท่าไหร่นัก
"แต่ถ้าฝนมันลงแล้ว ก็รีบๆขึ้นเรือนนะ" ตาสาสำทับอีกครั้งก่อนจะเดินเลยไปยังบ้านของตนเองที่อยู่ข้างๆกันกับบ้านของกัลยา พร้อมกับตะโกนเรียกหาเมียรักเพื่อบอกให้รู้ว่าเขากลับมาแล้ว
"คีตาจ๊ะ ฉันกลับมาแล้ว"
ฉับพลันนั้นร่างของแม่คีตาผู้มีใบหน้างดงามหมดจดก็โผล่ออกมาจากเรือนพร้อมด้วยเด็กชายตัวเล็กผมดำยุ่งเหยิงทว่าใบหน้าดูน่ารักน่าหยิกเป็นที่สุด เดินลงบันไดมา
"กลับมาแล้วก๊ะเจ้าอ้ายสา" น้ำเสียงของคีตาฟังดูอบอุ่นอ่อนโยนจนทำให้ผู้ที่ฟังอยู่นั้นถึงกับหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยทีเดียว "เป๋นจะใดผ่องเจ้าวันนี้"
"ก็เหมือนเดิมจ้ะ อีกไม่นานผลไม้บางต้นคงจะเก็บขายได้แล้ว"
"ป้อๆแล้วป้อมีอะหยังมาฝากเปิ้นก่อ" เด็กชายอักขราลูกชายคนเดียวของตาสาและคีตาพูดพร้อมกับดึงชายเสื้อของพ่อไปมา
"วันนี้พ่อไม่ได้ไปตลาดเลยลูก เอาไว้วันหลังนะ" ตาสาลูบหัวลูกชายไปมา "งั้นก็รีบขึ้นเรือนกันเถอะ ฝนจะตกแล้ว"
และแล้วครอบครัวของตาสาก็ขึ้นเรือนไป นำโดยตาสาที่จูงมืออักขรา และตบท้ายด้วยคีตา
ฉับพลันนั้นนัยน์ตางามของคีตาก็เหลือบไปเห็นผู้เป็นน้องสาวกำลังนั่งอยู่ที่ชานบันได ราวกับว่าจะไม่ยอมขึ้นเรือนอย่างไรอย่างนั้น
"บ่ขึ้นเฮือนแหมกากัลยา..."
"พี่คีตา" กัลยาเงยหน้าขึ้น และดูเหมือนจะตื่นจากภวังค์ของตนเองด้วย นัยน์ตาคู่สวยไม่แพ้กับคีตามองพี่สาวอย่างบ่งบอกอารมณ์ไม่ได้
"ฝนมันจะอ่อยแล้ว ขึ้นเฮือนไปเหียเต๊อะ (กลางซับไตเติ้ล - ฝนมันจะลงเม็ดแล้ว ขึ้นเรือนไปซะเถอะ)" คีตาเตือนน้องสาวด้วยความเป็นห่วงหากแต่คำตอบที่ได้รับคือการส่ายหน้าของหญิงสาวผู้นั่งอยู่ที่ชานบันไดบ้านของตนเอง
"ไม่ได้หรอกพี่คีตา ก็ไอ้พี่ทิดโอยังไม่กลับมาเลย"
"แล้วตัวก็จะท่าทิดโออยู่ตั๊ดนี่จ๋นปอฝนมันอ่อยน่ะกากัลยา (แล้วเธอก็จะรอทิดโออยู่ตรงนี้จนฝนมันตกน่ะเหรอกัลยา)"
"ก็ฉันเป็นห่วงพี่ทิดโอ....."
"บ่ต้องไปห่วงมันละ มันเป๋นป้อจาย...ก๊ะว่าตัวกลัวว่ามันจะไปมีจู๊ (ไม่ต้องไปห่วงมันหรอก มันเป็นผู้ชาย หรือว่าเธอกลัวว่ามันจะไปมีชู้" ประโยคหลังจากปากผู้เป็นพี่สาวแทงใจดำกัลยาอย่างจัง
.....ใช่ เธอกลัวว่าไอ้ทิดโอมันจะไปมีชู้.....
"ฉันคิดอย่างนั้นพี่คีตา" กัลยาพึมพำออกมาพร้อมกับใบหน้าที่หมองลงทันที
"กึ๊ดอะหยังบ่เป๋นเรื่องเป๋นราว...บ่านั่นมันฮักตัวจะตาย ขึ้นเฮือนไปเหียเดี๋ยวมันก็ตึงมา (คิดอะไรไม่เป็นเรื่องเป็นราว ผู้ชายคนนั้น (บ่าในภาษาเหนือเป็นคำสรรพนามบุรุษที่ 3 เหมือนกับคำว่าเขาอะไรแบบนั้น) มันรักตัวจะตาย)" คีต่เอ่ยปลอบผู้เป็นน้องสาว พร้อมกับยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะเดินขึ้นเรือนไป ส่วนกัลยาที่ยังคงนั่งอยู่นั้นถึงแม้ว่าจะคลายความกังวลไปได้บ้าง แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะคิดอยู่ดี
เพราะช่วงนี้ทิดโอเป็นอะไรก็ไม่รู้ ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ปากมากช่างพูดช่างคุย ชวนคุยได้ทุกเรื่อง แม้ว่าจะชอบทำอะไรบ้าๆเพื่อเนียนขอหอมแก้มกัลยาบ่อยครั้งก็ตามที แต่คราวนี้...กลับแปลกไป เพราะพูดคุยกันแต่ละครั้งแทบจะนับคำได้ และไม่แม้แต่จะจับมือของเธอด้วยซ้ำแถมตอนนอนก็นอนหันหลังให้กันราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
.....พี่ทิดโอไม่รักฉันแล้วใช่มั้ย....
กัลยาไม่รู้ว่าตัวเองนั่งอยู่ที่ชานบันไดเรือนนานเท่าไหร่ที่รู็้คือ เมื่อรู้สึกตัว หยดน้ำที่เริ่มโปรยปรายมาจากท้องฟ้าก็กระทบกับผิวเข้าซะแล้ว ทว่าเจ้าตัวก็ยังไมุ่ลุกไปไหน และไม่คิดจะลุกขึ้นไปหลบฝนด้วย
****
****
****
นัยน์ตาคู่สวยลืมขึ้นอย่างยากลำบาก เพราะรู้สึกว่ามันช่างหนักอึ้งและร่างกายก็ขยับไม่ได้ดังใจ แต่ที่สำคัญก็คือบัดนี้สถานที่ที่อยู่ปัจจุบันนั้นไม่ใช่ที่ชานบันไดเรือนอีกแล้ว หากแต่เป็นภายในเรือนนั่นเอง
"ตื่นแล้วเหรอน้องยาของพี่" น้ำเสียงอันคุ่้นหูดังขึ้นข้างๆเตียง ปรากฏว่าไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากทิดโอ...ผู้ที่กัลยาเฝ้ารอคอยนั่นเอง
"นี่ถ้าพี่ภูริไม่กลับบ้านน้องยาคงปอดบวมตายไปแล้วแน่ๆ" ทิดโอพูดพร้อมกับวางมือลงบนศีรษะของคนรัก "อย่าทำให้พี่เป็นห่วงสิจ๊ะปุริ"
"พี่เป็นห่วงฉันด้วยรึไง" กัลยาเอ่ยพร้อมกับหันหน้าหนีไปอีกทางโดยไม่ยอมมองหน้าทิดโอเลยแม้แต่นิดเดียว
"ทำไมพี่จะไม่ห่วงน้องยาล่ะจ๊ะ ก็น้องยาออกจะน่ารักขนาดนี้"
"ไม่ต้องมาชมฉันเลย"
"อ้าว...นี่พี่ไม่ได้ชมนะ พี่พูดความจริง"
"แต่ฉันไม่อยากฟัง"
มาถึงตอนนี้ทิดโอรู้ได้ทันทีว่าน้องยาสุดที่รักของเขาเป็นอะไร....นอกจากอยู่ในอาการ 'งอน' นั่นเอง
"โถ...น้องยาของพี่ หันมามองพี่สักนิดเถอะนะ พี่น่ะเป็นห่วงน้องยาคนงามของพี่จริงๆไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำเลยสักนิด"
ทว่าผู้ที่กำลังถูกง้อนั้นไม่หวั่นไหวเลยแม้แต่น้อยกับคำหวานของทิดโอ ยังคงหันหน้าหนีอยู่แบบนั้นไม่เปลี่ยนแปลง...
"ได้โปรดเถิดยาใจของพี่ ที่น้องยาทำเช่นนี้รู้หรือไม่ว่าพี่เจ็บปวดขนาดไหน เพียงพี่เห็นน้องยานอนอยู่ที่ชานบันไดเรือนพี่ก็แทบสิ้นสมประดีแล้ว อย่าทำเฉยเมยไปเลยยอดรัก..." พูดจบชายหนุ่มมีไฝก็คว้ามือนวลของผู้ที่นอนอยู่มาจูบเบาๆก่อนจะนำไปแนบไว้กับใบหน้าคมคายด้วยความรักที่เปี่ยมล้น ทำให้กัลยาแอบชายตามองเล็กน้อย
"ช่วงเกือบอาทิตย์ที่ผ่านมาพี่เป็นอะไรทำไมถึงไม่ยอมพูดจาปราศรัยอะไรกับฉัน แล้วนี่วันนี้ไปไหนมาไหนก็ไม่บอกแจ้งแถลงไข แบบนี้หรือที่เรียกว่ารักฉันน่ะ" น้ำเสียงของหญิงสาวมีแววตัดพ้ออยู่ในที ทิดโอยิ้มอ่อนหวานก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนิ่มนวลชวนเคลิ้ม
"น้องยาจำได้ไหมจ๊ะว่าเราหนีมาด้วยกันกี่เดือนแล้ว ก็นั่นล่ะจ้ะที่เป็นเหตุผล"
"ก็แค่ 8 เดือนเต็ม อะไรคือเหตุผลที่ทำให้พี่ทำเช่นนี้เล่า" กัลยายังคงไม่เข้าใจทิดโอจึงต้องอธิบายต่อ
"ก็อีก 2 วันจะครบ 8 เดือน 2 วันไงจ๊ะ จำไม่ได้เหรอว่าเลข 2 กับเลข 8 เป็นเลขอะไรน่ะ ส่วนที่วันนี้พี่ออกไปไม่บอกไม่กล่าวเหมือนทุกวันก็เพราะว่าพี่ไปหาสถานที่ที่จะใช้ฉลองครบรอบการแต่งงานของเราไงจ๊ะ"
ร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงเข้าใจได้ในทันที...นี่พี่ทิดโอใส่ใจถึงขนาดนี้เลยหรือ ที่หายไปทุกวันๆก็เป็นเพราะแบบนี้นี่เอง
"แล้วนี่พี่หาได้รึยังเล่า"
"ได้แล้วจ้ะ พี่ภูริรับรองได้เลยว่าน้องยาจะต้องชอบแน่ๆ เอาไว้อีก 2 วันเราไปที่นั่นกันนะจ๊ะ แล้วตอนนี้น้องยาหายโกรธพี่แล้วใช่มั้ย"
"ถามมาได้ พี่ก็น่าจะรู้นะ....." ใบหน้างามขึ้นสีระเรื่อเล็กน้อย พร้อมกับพยายามดึงมือตัวเองให้ออกจากการเกาะกุมของคนที่นั่งอยู่ข้างเตียง แต่กลับถูกยึดไว้แน่นกว่าเดิมพร้อมกับริมฝีปากอุ่นที่ถูกประทับลงบนแก้มนวลอย่างหลงใหล
"ไม่ได้กอดน้องยาตั้งนมนาน รู้หรือไม่ว่าพี่ทรมานขนาดไหนเพราะฉะนั้นขอพี่ทิดโอกอดหน่อยนะจ๊ะ...." ว่าแล้วทิดโอก็โน้มร่างเข้าไปหาคนรักพร้อมกับตระกองกอดไว้อย่างทะนุถนอม และกระซิบอะไรบางอย่างที่หู จากนั้นก็ไม่มีสรรพเสียงสำเนียงใดๆเล็ดรอดออกมาจากห้องนอนอีกเลย นอกจาเสียงฝนที่กระทบกับหลังคาเป็นท่วงทำนองเสนาะหู.......................
+
+
+
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด จบแล้ว จบแล้ว จบแล้วววววววววววววววววววววววว TTvTT ในที่สุดก็พิมพ์เสร็จ หลังจากที่นั่งระลึกชาติอยู่นานว่าเมื่อวันพฤหัสพิมพ์อะไรไปบ้าง ถึงแม้จะไม่ค่อยเหมือนมากเท่าไหร่แต่ก็ถือว่าคล้ายที่สุดแล้ว
ก็ไม่รู้นะคะว่าจะถูกใจรึเปล่า...แตที่รู้คือเราตั้งใจแต่งสุดฝีมือเลยละ ด้วยความรักแม่กัลยาสุดสวย *เพ้อ*
ไอ้ตอนต่อไปหลังจากนั้นไม่ต้องถามนะคะ ว่าเกิดอะไรขึ้น....ใจจริงอยากจะแต่งอยู่หรอก แต่ว่าเดี๋ยวมันจะเกินเรท พีจี-13 ฮา~~~~
เอาเป็นว่าสุดท้ายนี้บล็อกยืดเยื้อ ก็เสร็จสิ้นเสียที ยังไงก็ขอขอบคุณทุกคนที่ตั้งหน้าตั้งตารอฟิคนี้ด้วยนะคะ ถ้าหากว่าไม่สนุกก็ไม่เป็นไร ขอแค่อ่านแล้วเม้นต์ก็ดีใจแล้วล่ะค่ะ T/\T
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ปล.พรุ่งนี้ต้องไปรับน้อง...ไม่สิ ไม่เชิงว่ารับน้องอ่ะค่ะ เป็นแบบว่ารุ่นพี่เขามีจัดมีตติ้งแล้วก็ทำกิจกรรมเล็กๆน้อยๆเพื่อกระชับความสัมพันธ์พี่-น้องกันในสายศิลป์-ญี่ปุ่น ไปบ่ายโมงแต่ว่าไม่รู้ว่าจะตื่นทันรึเปล่า เอาเป็นว่าขอตัวก่อนนะค๊า~ ^____^
ปล.2 ถ้าพวกเอ็งไม่เลิกก่อน 4 โมงตามที่ลั่นวาจาไว้ตรูจะถลกหนังหัวมาเซ่นฝ่าบาทเลยคอยดู ฮึ่ยๆๆๆๆ รุ่นพี่ก็รุ่นพี่เถอะ ถ้านับจริงๆเอ็งก็รุ่นเดียวกะข้าล่ะวะ!!! *0*

ปล.2.8 เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมีแผ่นป้ายใหม่มานะคะ ^0^ รับรองเด็ด หึๆๆๆๆ *ดันแว่น*