เอาล่ะค่ะ....เราแปลเสร็จแล้ว

ไม่เกริ่นมากละ ไปอ่านเลยดีกว่า~>w< (เพลงเพราะ อย่าปิด ไม่เพราะเชิญตบ 555+)

 

 

(แปะเล่นๆ เพื่อความกระชุ่มกระชวยของนังเจ้าของบล็อก อย่าคิดมาก ^^')

 

พระเจ้ากวังแกโทมหาราช [Gwanggaeto The Great] เป็นกษัตริย์องค์ที่ 19 แห่งอาณาจักรโกคูรยอ มีพระนามเดิมว่า ทัมต๊อก [Damdeok] อันชื่อกวังแกโทนี้ได้มาหลังการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ค่ะ ความหมายยาวมากกกกกก =____= ซึ่งแปลว่า กษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดผู้ลือเลื่อง พระนามขจรขจายแผ่ไศาล ผู้นำความสงบสุขและความมั่นคงมาสู่แผ่นดิน และถูกฝังในนาม Gukgangsang [อ่านไม่ออกแปลไม่ได้ เค้าไม่สันทัดภาษาเกาหลีอ่ะจ้ะ ก็เอ็งมันเด็กศิลป์ญี่ปุ่นนี่อ่านได้ก็เทพแล้ว ใครอ่านได้มาอ่านให้ฟังหน่อยเด้อ*0*] แต่ว่าคนส่วนใหญ่จะชอบเรียกชื่อพระองค์สั้นๆว่า โฮแทวัง หรือไม่ก็ แทวังที่แปลว่าจอมกษัตริย์มากกว่าค่ะ คงจะเพราะเรียกง่ายกว่ากวังแกโทมั้ง เหอๆๆ ทั้งๆที่มันก็ไม่ค่อยจะต่างกันเท่าไหร่เลยนะเนี่ย
 

 พระเจ้ากวังแกโทหรือทัมต๊อก ประสูติเมื่อ ค.ศ.374 คิดเป็นพ.ศ.ก็...ประมาณพ.ศ. 917 ตอนนั้น...ในแถบประเทศไทยของเรารู้สึกว่าจะเป็นช่วงสมัยของอาณาจักรฟูนัน กับ ตามพรลิงค์ ซึ่งเป็นอาณาจักรโบราณที่โบราณมากกกก พูดง่ายๆก็คือยังไม่เห็นเป็นรูปเป็นร่างเลยค่ะประเทศไทยของเรา
 

....เอ่อ...นี่เรากำลังคุยเรื่องพระเจ้ากวังแกโทกันอยู่นี่นะ ไหงวกมาถึงพัฒนาการของอาณาจักรในดินแดนสุวรรณภูมิได้ เอ้าข้ามทะเลกลับไปที่คาบสมุทรเกาหลี *--*

ต่อเลยก็แล้วกันค่ะ พระองค์ขึ้นครองราชย์ในปี ค.ศ.391 อายุอานามก็ประมาณ 17 พรรษา(โอ้วววว ขึ้นครองราชย์ตอนอายุเท่าเรา!!!--เรา 17 แล้วแต่ยังรับผิดชอบชีวิตตัวเองจะไม่ค่อยได้เลย แล้วองค์ชายทัมต๊อกของเราต้องมารับผิดชอบชีวิตคนทั้งแผ่นดินโกคูรยอ อะเหอๆ นับถือจริงๆ แต่ก็นะ...ในสมัยนั้นอายุ 14-15 ก็ถือว่าเป็นผู้ใหญ่แล้วนี่ ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปผู้คนต้องเข้ารับการศึกษานานขึ้น สมัยนี้อายุ 14-15 ก็เลยยังดูเด็กอยู่ประมาณนั้น..นี่เป็นแค่การวิเคราะห์ของเราแค่นั้นนะ ไม่ได้จะส่งเสริมให้เด็กสมัยนี้แก่แดดกัน ตอนนี้มันก็แก่แดดกันพออยู่แล้ว =*= มันเป็นแค่การวิเคราะห์เท่านั้น ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว*^*)

 ในรัชสมัยของพระองค์ พระองค์ทรงใช้ชื่อรัชสมัยว่ายองนัก (รึเปล่า มันเขียนว่า Yeongnak อ่ะค่ะ) และพระองค์ก็ถูกเรียกว่าพระเจ้ายองนักมหาราช ในระหว่างที่ทรงครองราชย์อยู่

 เป็นที่รู้กันดีแล้วจากตอนจบของตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์ ที่บอกว่าในยุคสมัยของพระเจ้ากวังแกโทนั้น อาณาจักรโกคูรยอกลายเป็นมหาอำนาจของเอเชียตะวันออก แต่ใครจะรู้ว่า 2 ศตวรรษหลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ.413 โกคูรยอสามารถปกครองพื้นที่ที่เป็น 2 ใน 3 ส่วนของเกาหลี บริเวณดินแดนแมนจูเรีย บางส่วนของมองโกเลีย และ รวมไปถึงรัสเซียบางส่วนด้วยในปัจจุบัน หรือพูดง่ายๆว่า เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ไปแล้ว อาณาจักรของพระองค์ก็ยิ่งรุ่งเรืองกว่าเดิมอีก

 แต่ว่าในช่วงก่อนที่พระเจ้ากวังแกโทจะประสูติ ดินแดนเกาหลีโบราณถูกแบ่งออกเป็น 3 อาณาจักรค่ะ เรียกกันว่ายุคสามก๊กของเกาหลี [Three Kingdoms Of Korea] อันได้แก่ โกคูรยอ แพกเจ และ ซิลลา ซึ่งในตอนนั้นอาณาจักรที่เข้มแข็งและมีอำนาจที่สุดก็คืออาณาจักรแพกเจที่ตอนนั้นสามารถขยายอำนาจได้ไปถึงประเทศจีนบางส่วน และเท่านั้นยังไม่พอนะคะ นอกจากจะรุกรานโกคูรยอจนพ่ายแพ้และตรงชายแดนถูกยึดไปบางส่วนด้วยแล้ว ทางอาณาจักรแพกเจยังมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับทางญี่ปุ่นอีกด้วย ถึงขั้นสามารถสถาปนาดินแดนได้บางส่วนในญี่ปุ่นเลยทีเดียว

 เมื่อพระเจ้ากวังแกโทขึ้นครองราชย์ในปี ค.ศ.391 ต่อจากพระบิดา-พระเจ้าโกกูยอง [King Gogukyang] สิ่งแรกที่พระองค์ทำก็คือทำการฝึกทหารให้มีความเข้มแข็งมากขึ้นกว่าเดิมโดยเฉพาะหน่วยทหารม้า (หรือหน่วยอาชา ในเรื่องตำนานจอมกษัตริย์เทพสวรรค์ันั่นล่ะจ้ะ) และ ทัพเรือ จนกระทั่งสามารถทำการบุกแพ็กเจได้ในปี 392 แต่ก็ยังไม่ได้บุกเข้าไปจริงๆจังๆ เพียงแต่ยึดครองแค่เมืองหน้าด่านของพรมแดนระหว่างแพ็กเจตะวันออกและตะวันตกเท่านั้น กว่าจะตีให้แตกพ่ายได้จริงๆก็ปี 393 และเท่านั้นยังไม่พอนะคะ ราชาอาซิน [King Asin]แห่งแพ็กเจยังไม่ยอมแพ้ค่ะ กลับมาตีโกคูรยออีกสองครั้งแล้วก็แพ้มันทั้งสองครั้งนั่นล่ะ =___= ในปี 394 และ 395 ประมาณว่าเจ็บแล้วไม่จำจนครั้งสุดท้ายนี่ถึงกับต้องยกดินแดนบางส่วนให้ด้วย

 ในระหว่างที่กำลังทำสงครามกับแพ็กเจอยู่ พระองค์ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่แค่นั้น พระองค์ได้ทำการโจมตีและยึดครองดินแดนในแคว้นแมนจูเรียดินแดนหนึ่งซึ่งในอดีตมีผู้ปกครองคือพระโอรสองค์ที่ 2 ของพระเจ้าจูมงกับพระมเหสีโซซอโน (อ่านถูกมั้ย เค้าไม่เคยดูจูมงอ่ะ T__T) เท่านั้นยังไม่พอพระองค์ยังสามารถยึดครองน่านน้ำในคาบสมุทรเหลียวตงได้มาจากการบุกของแคว้นหยันใต้ในปี 400 (Later Yan ภาษาไทยอ่านว่าหยันใต้ได้รึเปล่าคะ ความรู้ประวัติศาสตร์ตะวันออกไม่ค่อยลึกซะด้วยสิเรา) ซึ่งเป็นแคว้นหนึ่งในประเทศจีนปัจจุบันคือจังหวัดเหลียวหนิง (Liaoning) ในตอนนั้นปกครองโดยราชวงศ์มูรง (Murong) โดยศึกครั้งนี้กินเวลาถึง 4 ปีจนมาสิ้นสุดในปี 404 แต่ยังไม่จบแค่นั้น เพราะแคว้นหยันใต้กลับมาบุกโกคูรยออีกครั้ง ในปี 405 แล้วก็พ่ายแพ้กลับไป แต่คราวนี้พระเจ้ากวังแกโทไม่ได้ใจดีเหมือนครั้งก่อน พระองค์ได้ทำการยึดครองแคว้นหยันให้มาเป็นประเทศราชของโกคูรยอทว่าพระองค์ไม่ใช่ได้แค่แคว้นหยันใต้เท่านั้นแต่ยังได้มองโกเลียในมาอีกด้วยนอกจากนี้ในระหว่างนั้นช่วงปี 400 ทางชิลลาได้ขอเป็นไมตรีกับโกคูรยอโดยขอกำลังจากพระองค์ให้ไปช่วยรบกับแพ็กเจตะวันตก ญี่ปุ่น และ คายาซึ่งพระองค์ก็ตอบรับไมตรีพร้อมกับส่งทหารไปช่วยด้วยทำให้ชิลลากลายเป็นพันธมิตรที่ดีกับโกคูรยอจนกระทั่งโกคูรยอล่มสลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของจีน และในปี 408 พระองค์ได้ส่งเกายุน (Gao Yun) หรือภายหลังคือพระเจ้าเกายุนแห่งแคว้นหยันทั้งเหนือและใต้ ไปปกครองดินแดนในส่วนนี้แต่อยู่ภายใต้การปกครองของโกคูรยอ จนกระทั่งถึงราวๆคริสต์ศตวรรษที่ 6 จึงได้ตกไปเป็นของราชวงศ์ถังในที่สุด เพราะในตอนนั้นโกคูรยอเริ่มเสื่อมอำนาจลงแล้วค่ะ

แต่ความยิ่งใหญ่ของพระเจ้ากวังแกโทไม่ได้ชะงักลงเท่านี้ ในช่วงปีหลังๆของพระองค์ พระองค์ได้ทำหารยึดครองดินแดนที่เรียกว่าดองบุยอ ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกดินแดนหนึ่งที่ยึดครองได้ยากพอสมควร ทว่าภายหลังได้ยอมแพ้มาสวามิภักดิ์กับโกคูรยอ เพราะพระเจ้ากวังแกโทได้เข้าตีป้อมต่างๆมากมายจนแตก ก็เหมือนกับตอนที่ไอ้เหลี่ยมยุบสภาเพราะทนพันธมิตรไม่ไหว คล้ายๆกัน   

 พระเจ้ากวังแกโทสวรรคตในปี 413 ด้วยพระโรคอะไรไม่ปรากฏ แต่พระชนมายุเมื่อยามสวรรคตนั้นสิริได้ 39 พรรษา ซึ่งถือว่าอายุยังน้อยอยู่มาก

สามารถกล่าวได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า ตลอดพระชนม์ชีพในการครองราชย์ของพระองค์ไม่เคยได้พักจากการทำศึกสงครามให้สบายเลยแม้แต่น้อย ทว่างานราชกิจราชการพระองค์ก็ไม่ได้ละเลยเพราะทรงส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจและการศึกษามากมายซึ่งส่งคุณประโยชน์ใหญ่หลวงกับโกคูรยอ และ เอเชียตะวันออกมากมายหลายเท่าจึงไม่เป็นที่กังขาเลยว่าทำไมพระองค์จึงได้คำว่ามหาราชต่อท้ายพระนาม  

+

+

+

 จบไปแล้วค่ะ ^___^ นี่พยายามย่อสุดๆแล้วนะเนี่ย ถ้ายาวมีหวังเดือนนึงก็แปลไม่เสร็จ เพราะเรายังไม่ได้อ้างอิงจากจารึกกวังแกโทด้วยเลยนะ เพราะว่ามันยาวมากกกกกก แถมศัพท์ก็สูงอีกต่างหาก *0* เพราะฉะนั้นที่เอามาให้อ่านกันจึงเป็นฉบับที่เราเรียบเรียงให้ย่อที่สุดแล้ว    

 และนี่ก็เป็นความเห็นของเรานิดๆหน่อยๆนะคะ ได้สังเกตกันมั้ยคะ...ทำไมพระราชาที่เก่งกาจในเรื่องของการรบไม่ว่าจะ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช พระนเรศวรมหาราช พระเจ้าตากสินมหาราช จักรพรรดินโปเลียน และ พระราชาผู้มีชื่อเสียงมากมายในเรื่องของการสงคราม แผ่ขยายอาณาจักรได้กว้างใหญ่ไพศาล มักจะอายุสั้น??

ตามความคิดของเรา (มันเป็นความเชื่อส่วนบุคคลค่ะ อ่านด้วยวิจารณญาณก็แล้วกันนะ) พระผู้เป็นเจ้าท่านคงจะไม่อยากให้อยู่กันนานมั้งคะ เพราะถ้าอยู่กันนานๆมีหวังได้ยึดครองโลกกันหมดแน่ๆ อ้างอิงจากแนวคิดการครองโลกของฮิตเลอร์และพวกคอมมิวนิสต์ทั้งหลายแหล่ มันสำเร็จมั้ยล่ะ หรือพูดง่ายๆว่าไม่ว่าใครก็ยึดครองโลกไม่ได้ทั้งนั้นนั่นล่ะ

คิดว่าจริงรึเปล่าคะทุกท่าน ^____^

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++  

    

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โหยยยย ขอมูลสุดยอดด !!

นี่ทำเพื่อท่านเบเลยเปล่าคะเนี่ย... ?


ที่อายุสั้นเราคงคิดว่า
แบบว่า บางคนเค้าก็คิืดนะ ว่าการมีชีวิตอยู่เนี่ย คืออยุ่ใช้กรรม
ไม่ใช่เพราะบุญสูง เลยอายุยืน แต่กรรมมากตะหาก

ดังนั้น คนดี ๆ ที่บุญเยอะ ๆ เลยมักจะอายุสั้นล่ะมั้ง ?

K.

#1 By ★☆KyuubixUsagi on 2008-07-03 22:01

ขออภัย *ข้อมูล มิใช่ ขอมูล -*-

#2 By ★☆KyuubixUsagi on 2008-07-03 22:02

โอ่ รู้สึกเหมือนเปี่ยมไปด้วยความรู้เลยค่ะ(และความรัก ฮา)

ย่อได้ขนาดนี้ก็สุดยอดเเล้วนะค้า นับถือๆ *-*

เรื่องคนที่รบเก่งๆแล้วอายุสั้นเนี่ย เราว่าขึ้นอยู่กับการกระทำเค้าด้วยล่ะค่ะ
ในเมื่ออยากออกรบ มันก็ต้องเสี่ยงตายล่ะนะ(แล้วก็ได้ตายสมใจ ฮา)

แต่คติจริงๆของเราที่เราคิดว่าเป็นสัจธรรมก็คือ "คนดีมักอายุสั้น" ค่ะ กร๊ากกกก ^^"