ชื่อเอ็นทรี่อาจจะดูโหดไปหน่อย แต่จะไม่ให้โหดก็ไม่ได้

เพราะมันเป็นเรื่องจริงแท้แน่นอน เนื่องจากเราเองก็ได้ข่าวมาจากเพื่อนห้องจีนและในห้องญี่ปุนเองมาหลายคนแล้ว

เป็นที่โจษจันอย่างเซ็งแซ่เหลือเกิน สำหรับ ม.4 ห้องศิลป์จีนและญี่ปุ่น โรงเรียนสามัคคีวิทยาคมจังหวัด เชียงราย

โดยว่ากันว่า

"ผ.อ.คนใหม่นี้จะยุบศิลป์จีน และ ศิลป์ญี่ปุ่น"

อนึ่งด้วยเหตุผลที่ไม่เข้าท่าที่ว่า

"เด็กสองห้องนี้ได้เกรดน้อยกันเยอะมาก"

พอได้ยินแบบนี้แล้วคิดว่ามันสมเหตุสมผลมั้ยคะ ยุบศิลป์จีน กับ ญี่ปุ่นเพราะเด็กได้เกรดน้อย

แค่เปลี่ยนตารางสอนให้โหดเหมือนสายวิทย์ก็เครียดจะแย่แล้วนะ

คงคิดว่าภาษาที่สามไม่สำคัญใช่มั้ย

งั้นทำไมไม่ยุบศิลป์ฝรั่งเศสไปด้วยเลยล่ะ

แล้วก็เปิดแต่ห้องวิทย์ให้หมดเลย 15 ห้อง  

หรือถ้าว้อนท์มากก็เปิดสอนแต่วิทย์-คณิตตั้งแต่ม.ต้นเลยดีมั้ย

ภาษาที่สามไม่ต้อง เพราะเด็กมันได้เกรดน้อย ทำให้หน้าตาของ ม.4 โรงเรียนสามัคคีตกต่ำ

แล้วทำไมไม่คิดย้อนดูบ้างล่ะว่าทำไมเด็กถึงได้เกรดน้อย

ห้องนึงปาไป 50 กว่าคน ทั้งๆที่รุ่นก่อนมีแค่ 30 เกือบ 40 คนเอง ที่สำคัญก็คือคนที่เรียนก็มีจำนวนประมาณ 30 กว่าคนเกือบ 40 คนแค่นั้น! นอกนั้นก็โดดไม่สนใจเรียน เลือกเพราะไม่มีที่ไป หรือไม่ก็เป็นทางผ่านเพื่อให้มันจบๆ ม.6 ไป  

ถ้าจะทำแบบนี้ทำไมไม่คัดไอ้พวกนั้นออกล่ะ ยังจะดีกว่าเยอะ เพราะพวกที่ได้เกรดน้อยแต่พยายามมันก็มีกว่าครึ่ง

ไม่งั้นในระดับมัธยมปลายทั่วประเทศไทยเขาจะเปิดสอนภาษาที่สามทำไม

ไม่งั้นโรงเรียนสอนภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาสารพัดภาษาจะตั้งขึ้นมาทำไม

โลกมันเปลี่ยนไปแล้วนะโว้ยยยยยยยยยแค่ภาษาอังกฤษมันไม่พอแล้ว

ตอนนี้ภาษาจีนกลายเป็นภาษาที่มีคนใช้มากที่สุดในโลกแล้วนาเหวย แถมแฟชั่น-ศิลปะ-วัฒนธรรมเอเชียก็กำลังจะครองโลกแล้วด้วย ไม่สังเกตล่ะมีคนอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น ฟังเพลงเกาหลี แต่งตัวตามแบบแถบญี่ปุ่น จีน เกาหลี กินอาหาร-ขนมของจีนที่มีเมลามีนไปทั่วทั้งโลกแล้ว แบบนี้ไม่ให้ภาษาที่สามมีความสำคัญได้ไง

(เชียงรายไนท์บาซาร์ ย่านที่มีชาวต่างชาติเยอะมากกกกกก จะเอเชีย แอฟริกา อเมริกาหรือยุโรป มาที่นี่หมดเมื่อมาเชียงราย ที่เรารู้ก็เพราะเคยไปทำโปรเจกต์สุดเหนื่อยของวิชาภาษาอังกฤษมา เป็นการสัมภาษณ์ชาวต่างชาติที่นี่ แบบว่ามีครบทุกทวีปจริงๆ)

แถมจังหวัดเชียงรายก็เป็นเมืองหน้าด่านของพวกประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลีอะไรพวกนี้ อีกหน่อยเชียงรายจะบูมพอๆกับเชียงใหม่เนื่องจากประชากรเริ่มขยายตัวมาทางนี้มากขึ้น

แล้วพอมีคนพูดภาษาที่สามได้น้อยก็จะลำบาก จากที่กำลังจะบูมก็ค่อยๆเป็นร่วงลงๆ เพราะคนมันพูดไม่ได้ จะโดนเอารัดเอาเปรียบก็ง่ายนิดเดียว ก็เราไม่รู้ภาษามันนี่!

ถ้าคิดจะยุบจริงๆก็มายุบตอนนี้เลยสิ ไม่ต้องปล่อยข่าวลือ ประกาศใส่ไมค์หน้าเสาธงมาเลยว่าจะเอายังไง ยุบขึ้นมาจริงๆกูจะไปเรียนที่อื่น กูรู้ว่าไม่ง้อ แต่กูไม่อยากจะอยู่ร่วมชายคาเดียวกับคนแบบมรึงหรอก

 

+

+

 

ปล.ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะคะที่มาบ่นอะไรก็ไม่รู้ให้อ่าน แต่มันเก็บกดอ่ะ ถ้าไม่ได้ระบายเป็นลายลักษณ์อักษรมันก็จะไม่ค่อยโล่งเท่าไหร่ เอ็นทรี่หน้าเราก็จะทำอะไรที่มันเฮฮาบ้าๆบอๆรั่วๆเหมือนเดิมละ

 

ปล.2 รูปไนท์บาซาร์ไม่ได้ถ่ายเอง แบบว่าไปจิ๊กเขามา เครดิตก็นี่เลยค่ะ   

http://media-cdn.tripadvisor.com/media/photo-s/01/0a/95/ed/chiang-rai-night-bazaar.jpg

 

ปล.3 ตอนนี้เปิดเทอมได้อาทิตย์กว่าๆงานเข้าแล้ว 3 งาน ได้ข่าวว่าพึ่งเสร็จไปงานเดียว ทั้งๆที่ครูสั่งไปตั้งแต่อาทิตย์ก่อน แล้วแถมมีแนวโน้มว่ามันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะกีฬาสีก็อีกอาทิตย์สองอาทิตย์นี้แล้ว ก็เลยขยันให้งานกันเป็นว่าเล่น ที่สำคัญก็คือ สอบกลางภาคก่อนปีใหม่ เอิ้กกกกกกกกก อีนุ่นตายแน่ๆค่ะคราวนี้ T^T เพราะงั้นก็เลยจะไม่ค่อยอั๊พบ่อยเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะคะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ครูเดี๋ยวนี้เขากลัวเสียหน้าครูโรงเรียนอื่นกันเยอะ สอนก็นะangry smile
ปีหน้าอาจจะไปเป็นเด็กเชียงรายค่ะconfused smile

#1 By saya chan on 2008-11-05 18:20

เมย์หรอ อยากเรียนจีนจะตาย
แบบนี้มันไม่ยุติธรรมเลยนะคะ
ค่านิยมของสังคมคงเป็นส่วนนึงด้วยนะคะ
ที่ว่าเด็กเก่งต้องอยู่แต่สายวิทย์
เกลียดค่านิยมแบบนี้จัง ภาษาสำคัญจะตาย

#2 By +Ayame+ on 2008-11-05 18:35

อืมมม ถ้าลองคิดในแง่ดี ข่าวลือก็คือข่าวลือนะคะ
มันอาจจะเป็นจริงหรือไม่เป็นจริงก็ได้
บางทีข่าวที่ออกจากปากอาจารย์เองก็ยังเปลี่ยนแปลงได้เลยค่ะ
ลองมองในแง่ดีไว้ก่อนดีกว่านะคะ ไม่งั้นจะพลอยทำให้เครียดแล้วก็รู้สึกแย่เอาเปล่าๆอ่ะเนอะ ^^

เห็นด้วยว่าเรื่องภาษานั้นสำคัญมาก ยังไงมันก็ไม่ควรจะมายุบด้วยเหตุผลแบบนี้
อีกอย่าง เรายังไม่เคยเห็นโรงเรียนไหนยุบห้องภาษาเลยค่ะ เค้าคงไม่คิดจะยุบกันง่ายๆด้วยเหตุผลแค่นี้แน่ๆ

ยังไงก็ พยายามเข้านะคะ งานเยอะก็ต้องผ่านมันไปให้ได้เน้อ ^^"
ผอ ใหม่ ไม่อยากจะเอ่ยว่า............มากค่า
นู๋นุ่นขา ท่ามันยุบก็ยุบเสะ.....
(ช้านอยากเรียนจะตายศิลป์ยุ่น)
กลัวอะไรไม่กลัวกลัวเกรด น่าปั๊ดเหนี่ยว...เนอะsad smile

#4 By KRAZE never exists. on 2008-11-05 19:27

ไปคุยกับผอ.ค่ะ ถ้ายังยืนยันจะยุบ ก็จงประท้วงเสีย
แต่ถ้ายังไ่ม่ได้ผล ก็...ตัวใครตัวมัน

#5 By ★☆KyuubixUsagi on 2008-11-05 21:56

เห็นใจแทนเจ้าของบล็อคเลยค่ะ

นั่นสิ ภาษาอังกฤษสมัยนี้มันก็โอเคถ้าตั้งใจทุ่มเทกะมัน แต่ว่า แล้วภาษาอื่นล่ะ? จะไม่รู้จักไว้เป็นความรุ้เพิ่มเติมหน่อยเหรอ? พูดได้หลายภาษาแถมเป็นภาษาที่เราน่าจะรู้จักอย่างญี่ปุ่นกับจีนด้วยแล้ว ถ้าเรียนได้แล้วมันเสียหายตรงไหน คะแนนน้อย?? แค่นั้น??

ก็ไม่รู้จักดูแลระบบการเรียนการสอนระบบห้องเรียนให้มันดีกว่านี้ - - เด็กที่ไหนมันจะไปได้คะแนนอย่างใจคุณล่ะคะ

นี่เราเรียนสายวิทย์มาก่อน แต่ว่าเรายังอยากเรียนญี่ปุ่นไปด้วยเลย เพราะชอบ อยากพูดได้อ่านได้ จริงๆก็อิจฉาสายภาษาเหมือนกัน เพราะภาษาไม่ว่าภาษาไหนก็ได้ใช้งานอยู่แล้ว แต่เด็กวิทย์ไม่ใช่ บางอย่างจำไปก็เท่านั้นใช้ก็แต่ตอนสอบพอเสร็จมันก็คืนอาจารย์ไปหมด แบบนี้เด็กวิทย์บางคนที่มาเลือกแต่เรียนไปเรียนมากลับไม่ชอบก็มีอยู่เยอะแยะ จะว่าสายภาษาคะแนนไม่ดีแล้วจะยุบซะอย่างงั้นน่ะ รับไม่ได้

เราว่าไม่ใช่แค่เด็กๆหรอก ผู้ปกครองบางคนก็น่าจะไม่เห็นด้วย พอเรื่องนี้ยิ่งใหญ่ (อ.ก็คงจะพิจารณาใหม่แล่ะค่ะ

สู้ๆ น้า~
จบฝรั่งเศสมาแฮะ..
รู้สึกว่าจีนกับญี่ปุ่นยังไงก็มีโอกาสใช้ได้มากกว่า

โรงเรียนส่วนใหญ่ก็เห็นสนับสนุนแต่สายวิทย์ เหอๆ
เป็นธรรมดาของพวกหัวเก่าล่ะนะ

ให้มันรู้ซะมั่งสิเฟ้ย ว่าสายศิลป์น่ะมันสายเปิดโลกกว้างนะครับพวกเฮียๆทั้งหลาย~!!
(ชะอ่าว? มาเพ้ออะไร?)