[APH] Fiction : Side Of The Wall [Seite der Mauer]
posted on 09 Nov 2009 18:57 by abaddoneidos in Axis-Power-Hetalia, Fan-Fiction
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ตอนนี้เราเริ่มหายเฟลแล้วล่ะค่ะ ขอบคุณทุกๆคอมเม้นต์เมื่อเอ็นทรี่ก่อนมากๆเลยนะคะ *ไหว้งามๆ*
แต่เรื่องสำคัญยิ่งกว่าคือ
วันนี้ 9 พฤศจิกายน 2009
ครบรอบ 20 ปีแห่งการทลายกำแพงเบอร์ลินค่ะ
ซึ่งเป็นสัญญาณของการล่มสลายของลัทธิคอมมิวนิสต์และสงครามเย็น ผัวเมียกำลังจะเลิกตีกันแล้ว ฮิ ฮี้ววววว
เป็นวันที่พี่น้องมันฝรั่งลุดกับกิลได้กลับมาพบกันเหมือนเดิมนั่นเอง หลังจากที่ต้องตกเป็นเครื่องมือของการตีกันของผัวเมียสงครามเย็น ฮา~~
ใจจริงอยากวาดออกมาเป็นภาพนะคะ แต่......ยังไม่ได้ไปสอยเครื่องสแกนเครื่องใหม่มาเลยค่ะ!! TT^TT
เพราะงั้นเอาเป็นฟิคไปก่อนละกันนะ
อ้อ....ก่อนอื่น
ใครที่อยากทราบเรื่องราวของกำแพงเบอร์ลิน จิ้ม เลยค่ะ
แต่ถ้าอยากเอาแบบละเอียดสุดๆ แต่เป็นภาษาอังกฤษ จิ้ม ค่ะ
แล้วก็ไปกันเลย
ขอบอกก่อนนะคะ ว่าแต่งในขณะที่อัพบล็อกอยู่เลย คิดสดๆ ไม่ได้แต่งล่วงหน้ามาก่อน
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Title : Side Of The Wall [Seite der Mauer]
Rate : PG-13 (สำหรับพฤติกรรมแอบโหดของคุณอีวาน)
Genre : Drama
Main Character : Germany [Ludwig] & Prussia [Gilbert]
Warning : ไม่วาย เพราะเป็นเรื่องของพี่น้อง ใครคาดหวังว่าจะเป็นคู่พี่น้องมันฝรั่งกรุณาทำใจค่ะ , หากหลุดคาแร็คเตอร์กรุณาทำใจอีกเช่นกันค่ะ
(1)
ในสงคราม เมื่อกลายเป็นฝ่ายที่พ่ายแพ้
ผู้ที่พ่ายแพ้จะถูกผู้ทีเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะทำกับเราอย่างไรก็ได้
แค่เขาไม่ทรมานเราและกระทำประหนึ่งเราไม่ใช่มนุษย์เช่นเดียวกับเขาก็ดีแค่ไหนแล้ว
เช่นเดียวกับฉันและพี่....
ก่อนหน้านี้เราเคยอยู่ด้วยกันมาตลอดแท้ๆ
แต่มันเป็นเพราะความผิดของฉันเอง เป็นความผิดของฉันแต่เพียงผู้เดียว
ที่ทำให้จุดจบกลายเป็นเช่นนี้
ทำให้ใครหลายๆคนต้องพลัดพรากจากกันและประสบกับชะตากรรมแสนเศร้าและทุกข์ระทมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
โรเดอริค....เอลิซาเบธ....และอื่นๆอีกมากมาย
ฉันกับพี่เองก็เป็นหนึ่งในนั้น เราสองคนบอบช้ำจากสงคราม จากการเปิดศึกสองด้าน ทำให้ถูกตีกระหนาบจนต้องถอยร่นกลับมาอย่างรวดเร็ว
ด้วยความหยิ่งทระนงและผยอง กับกองทัพอันเกรียงไกรที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจต้านทานได้ มันกลับเป็นสิ่งที่ย้อนมาทำร้ายฉันกับพี่และทุกๆคน
สุดท้ายแล้ว...ก็ต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรมหลังจากที่พ่ายแพ้อีกครั้งหนึ่ง
หากทว่าคราวนี้มันเลวร้ายยิ่งกว่าเก่า
ฉันยอมจะให้พวกนั้นเรียกร้องค่าปฏิกรรมสงครามและจำกัดสิทธิ์ต่างๆเหมือนเช่นที่พวกฉันพ่ายแพ้ในครั้งก่อนมากกว่ามาทำแบบนี้
พวกเราสองพี่น้องถูกฝ่ายพันธมิตรอันประกอบไปด้วย อัลเฟร็ด เอฟ.โจนส์ อาเธอร์ เคิร์กแลนด์ ฟรานซิส บองโฟว่า และ อีวาน บรากินสกี้1 จัดการเรื่องภายในของพวกเรา และทำการแบ่งเบอร์ลินเป็นสองฟากฝั่ง คือ ตะวันออกและตะวันตก
ฉัน...อยู่ในฝั่งตะวันตก ที่อัลเฟร็ด อาเธอร์ และ ฟรานซิสเป็นผู้ควบคุมฉัน เปลี่ยนแปลงระบบในประเทศให้เป็นระบอบประชาธิปไตย
ส่วนพี่...พี่ต้องกลายเป็นคอมมิวนิสต์ไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ที่คอยควบคุมดูแลพี่นั้นไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากผู้กุมอำนาจสูงสุดในโลกคอมมิวนิสต์อย่างอีวาน
กระนั้นฉันกับพี่ก็ยังคงมาเจอกันได้ที่ประตูชัยแห่งบรันเดนเบิร์กอันเป็นเส้นแบ่งระหว่างตะวันตกและตะวันออกแม้ถูกแยกจากกันก็ตาม
แต่แล้วในวันหนึ่ง....... ฉันยังจำได้
ยังจำได้แม่นยำ และ จะไม่มีวันลืมเด็ดขาด
เพราะมันเป็นวันที่พี่กับฉันถูกสั่งห้ามพบกันโดยเด็ดขาด
นั่นเป็นเพราะฝ่ายสัมพันธมิตรที่ภายนอกดูแล้วมีเอกภาพนักเอกภาพหนากลับแตกคอกันเองเสียแล้ว.....
แตกคอกันเพียงเพราะความคิดเห็นในระบอบการปกครองประเทศที่แตกต่าง คือ ทุนนิยม (หรือจักรวรรดินิยมเดิม) กับ คอมมิวนิสต์
อัลเฟร็ด อาเธอร์ และ ฟรานซิส ต้องการให้ฉันคงอยู่ในระบอบประชาธิปไตยต่อไป ส่วนอีวาน ไม่รู้ว่าเขากำลังมีแผนการอะไรอยู่ในใจ
เพราะในวันนี้เขามาที่บ้านของฉัน
แต่บรรยากาศมันต่างจากคราวก่อนลิบลับ ในคราวนั้นเขามาเพื่อจุดประสงค์ของสันติภาพ สร้างพันธมิตรและข้อตกลงที่ว่าฉันจะไม่รุกรานเขาเด็ดขาด
แล้วในคราวนี้....เขามาที่บ้านฉัน เพื่ออะไรกัน????
"สวัสดีลุดวิก...."
อีวานเอ่ยทักทายฉันด้วยรอยยิ้ม ซึ่งฉันเองก็สัมผัสได้ว่าเหมือนกับมันกำลังแฝงไปด้วยอะไรบางอย่างในนั้น
"นายมีธุระอะไรกับฉันรึเปล่า?"
"แน่นอนครับ มีเยอะด้วยล่ะ"
"อืม...ถ้าอย่างนั้นก็เชิญเข้ามาในบ้านก่อนสิ"
ฉันผายมือเชิญให้ชายหนุ่มชาวรัสเซียร่างสูงเดินเข้ามาในบ้าน และเมื่อเข้ามาแล้วเขาก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้โต๊ะรับแขกทันทีโดยที่ฉันไม่ต้องบอกเลย เท่ากับว่าเป็นการเลือกสถานที่คุยธุระแล้วไปในตัวด้วย
ดังนั้นฉันจึงต้องทรุดตัวลงนั่งตรงกันข้ามกับเขาอย่างช่วยไม่ได้
"เอาล่ะ เรามาว่ากันเลยดีกว่ามั้ยครับ?"
"เชิญนายพูดมาเลย"
"ลุดวิก เธอน่ะ เคยมีความคิดที่อยากจะกลับมาอยู่กับพี่ชายของเธอเหมือนเดิมบ้างรึเปล่าครับ"
"นี่นายตั้งใจจะพูดถึงเรื่องอะไรอีวาน?" เพราะว่าฉันไม่อาจจับประเด็นที่เขากำลังต้องการจะสื่อได้ แต่กระนั้นฉันก็ยังแอบสังหรณ์ใจลึกๆว่ามันจะต้องมีเรื่องที่ไม่ค่อยสู้ดีนักตามมาแน่
"ผมตั้งใจจะบอกว่าเธอสามารถกลับมาอยู่กับพี่ชายของเธอได้เหมือนเดิมไงครับ"
มันคงไม่ได้มีเท่านี้อย่างแน่นอน ฉันเดาว่าผู้ชายคนนี้จะต้องมีเหตุผลและผลประโยชน์บางอย่างที่ตัวเองได้รับเต็มๆอยู่ในข้อเสนอนี้
"แต่นายยังมีข้อแลกเปลี่ยน...."
สีหน้าของอีวานมีแววประหลาดใจ แต่ฉันรู้ว่าเขาแกล้งทำมากกว่า
"เธอเก่งจัง รู้ได้ยังไงครับเนี่ยว่าผมมีข้อแลกเปลี่ยน"
"เพราะนายไม่เคยให้อะไรใครง่ายๆโดยไม่มีข้อเสนอและข้อตกลงแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกัน"
"อืม.....มันก็จริงล่ะนะ~"
"แล้วข้อแลกเปลี่ยนของนายคืออะไร?"
"ข้อแลกเปลี่ยนของผมก็คือ......." เขาเว้นวรรคเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อ ด้วยน้ำเสียงร่าเริงราวกับว่ากำลังคุยเล่นในเรื่องที่ไม่เครียดและไม่กดดัน
แต่นั่นก็ต้องทำให้ฉันรู้สึกเย็นวาบตั้งแต่หัวจรดเท้า
"ในขณะที่ผมจะช่วยให้เธอกลับมาอยู่กับกิลเบิร์ตได้เหมือนเดิม เป็นอิสระจากพวกอัลเฟร็ด เธอจะต้องเปลี่ยนขั้วการปกครองของเธอมาอยู่ข้างเดียวกับผมแทน"
"............................................"
ยังไงมันก็ไม่ต่างอะไรกับการที่อยู่ภายใต้การปกครองและควบคุมดูแลจากพวกของอัลเฟร็ด เอฟ. โจนส์เลย เพียงแค่เปลี่ยนผู้ควบคุมเป็นชายหนุ่มชาวรัสเซียคนนี้ก็เท่านั้น
แล้วทำไมฉันถึงจะต้องพาประเทศและคนของฉันไปเสี่ยงอีกครั้งหนึ่งละ
แต่อีกใจหนึ่ง......ฉันก็ยังอยากจะกลับมาอยู่กับพี่เหมือนเดิม กลับมาอยู่กันเป็นครอบครัวเหมือนเดิม ไม่ใช่ว่าแยกจากกันเพียงแค่มีเส้นบางๆกั้นเอาไว้แบบนี้
....พี่ครับ ผมเองก็อยากอยู่กับพี่เหมือนดังเดิมในช่วงเวลาก่อนหน้านี้นะครับ....
"ว่ายังไงล่ะ เธอสนใจรึเปล่าลุดวิก"
อีวานถามย้ำฉันอีกครั้ง เขาเอียงศีรษะราวกับว่าเป็นเด็กไร้เดียงสา แต่แท้จริงแล้วภายในนั้นแฝงไปด้วยความโหดเหี้ยมอย่างหาไม่ได้
"ขอเวลาให้ฉันได้คิดดูก่อน...ได้ไหม???"
"เอ.....ไม่รู้สิครับ" เขายิ้มแต่จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน "ผมว่าที่ผมจะพาเธอไปดูต่อไปนี้คงจะพอช่วยให้เธอตัดสินใจได้ไวขึ้นนะครับ"
"มันคืออะไร???" ฉันถามออกไปแต่อีวานได้แต่ส่ายหน้าและบอกกับฉันเพียงแค่ว่า
"ตามผมมาสิครับ"
ฉันจึงต้องเดินไปกับเขา จนกระทั่งถึงบริเวณหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดที่ชายร่างสูงหยุดเดิน
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาฉันก็คือการปิดถนนและเส้นทางการเดินทางทั้งหมดด้วยกองกำลังของฝ่ายโซเวียต ทหารติดอาวุธมากมายพร้อมด้วยสรรพาวุธอีกจำนวนหนึ่งซึ่งมากพอที่จะไม่ให้มีใครเล็ดลอดออกไปจากวงล้อมและฝ่าวงล้อมเข้ามาได้
ไม่ต่างอะไรเลยกับครั้งที่กรุงเบอร์ลินแห่งนี้แตกและอีวานกับคนของเข้าก็บุกเข้ามาเมื่อช่วงก่อนสิ้นสุดสงคราม
"ว่าอย่างไรล่ะครับ พอจะตัดสินใจได้รึยัง????"
Fortsetzung Folgt
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เชิงอรรถ 1 - อาเหยาไม่ได้ถูกนับรวมเข้าไปด้วยก็เพราะว่าในแนวรบด้านยุโรป อเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส และ รัสเซียเป็นผู้จัดการและควบคุมดินแดนยึดครองของนาซีและเยอรมันค่ะ แล้วก็ช่วงที่ยกมานี้ อาเหยากำลังจะเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นแบบคอมมิวนิสต์น่อ -0-
...........................................................................................................
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เค้าไม่ได้ตั้งใจนะ
ดิฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นเรื่องยาว TT^TT
ตอนแรกตั้งใจจะเป็นเรื่องสั้น สั้นๆได้ใจความจบ
แต่เขียนไปเขียนมามันยาว รายละเอียดปลีกย่อยมันน่าเอามาใส่มาแทรกเยอะมากมาย
คงจะต้อง 3 ตอนเป็นอย่างน้อยแล้วล่ะค่ะ หรือถ้าอย่างมากก็ 4-5 ตอน T______T
ในระหว่างที่รอสแกนก็อ่านฟิคของคนบ้าคนนี้ไปก่อนเนาะ
แถมตอนแรก กิลบูดยังไม่มีบทด้วยล่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
อ้อลืมบอกไปสินะว่าตอนนี้ยกช่วงไหนมาเขียน
ยกช่วง การปิดล้อมเบอร์ลิน (1948-1949) มาเขียนค่ะ (อยากสปอยล์ก่อน จิ้ม)
ถ้าคิดในแง่วายๆและสาวกโรเบย์แล้วก็เป็นช่วงที่คุณอีวานกำลังกินแหนงแคลงใจกับอ้วน ประมาณว่า เฮ้ย อีกฝ่ายหนีตูไปมีกิ๊กรึเปล่าวะ
แล้วมันก็เป็นแบบนั้นค่ะ เพราะอ้วนมันระแวง คิดว่าคุณอีวานไปจิ๊จ๊ะกับลุด (แค่กิลก็พอทนแล้วนะ) เลยไม่ยอม เดี๋ยวตอนหน้าอ้วนมันจะตามมาหึงเคลียร์กับคุณอีวานถึงที่เลยทีเดียว *หัวเราะ*
แต่ขอฝากไว้นิดนึง ฟิคที่แต่งมานี่ไม่ใช่วายนะคะ เรื่องของพี่น้องค่ะ ไม่วาย!!!~ *0*
สำหรับวันนี้ ขอตัวไปก่อนนะคะ
สวัสดีค่ะ *ไหว้งามๆเหมือนนางสาวไทย*
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ปล. วันนี้โดดสอบนักธรรมเนื่องในโอกาสครบ 20 ปีทลายกำแพงเบอร์ลินล่ะ วะฮ่าๆๆๆๆ *เลว*
ปล.2 เค้ารักโรเบย์ อั๊ง~
ปล.3 หลังกีฬาสีจะเขียนโดอย่างจริงๆจังๆละ ฮา XD
จำได้คราวๆว่าตอนม.6 ทำรายงานเรื่องสงครามเย็น
แต่ออกไปรายงานแบบจำข้อมูลเป๊ะๆ รายงานเสร็จแล้วก็ลืมเลย
ปล.ทำไมไม่ไปสอบนักธรรมล่ะ เค้ายังเสียดายที่ไม่ได้ไปสอบเลย
เพราะตอนป.6 สอบผ่านนักธรรมโท พอขึ้นมัธยมก็ไม่ได้ไปสอบเลย
ถ้าผ่านนักธรรมเอกแม่คงส่งไปบวชเลยมั้งเนี่ย 555+
#1 By [Lazulite ソムオー ] on 2009-11-09 21:55