[APH Non-Y Fan Fiction] 'ฝัน หวาน อาย จูบ (1)'
posted on 12 Jun 2009 21:08 by abaddoneidos in Axis-Power-Hetalia, Fan-Fiction
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ลงอะไรไม่ทันแล้ว
ขอนุญาตลงฟิคเลยก็แล้วกัน
บอกแล้วว่าเสี้ยนอยากแต่ง ก็แต่งได้จริงๆ 555555
ไม่วายนะ.....
เค้ายังไม่มีพล็อตอะไรมากมายเท่าไหร่
แต่...ถึงไม่วาย ก็ขอรับประกันว่า เจ๊ฮังไม่งี่เง่าสุดยอดเหมือนนางเอกการ์ตูนตาหวาน ตาโต นมโตล่อผู้ชายนะจ๊ะ
เราไม่ชอบแต่งอะไรประเภทนี้อยู่แล้ว
เอาล่ะ........โอเคแล้วนะ ทำใจได้ ถ้างั้นก็ไปกันเลย
คำเตือน : แฟนฟิคชั่นที่ปรากฏอยู่ในเอ็นทรี่นี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่ง ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวในหน้าประวัติศาสตร์ ประเทศ บุคคล หรือ สมาคมต่างๆในโลกแห่งความเป็นจริงแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
Title: ฝัน หวาน อาย จูบ
Pairing: AustriaxHungary (บ่ใจ่ HungaryxAustria เน้อ)
Rate: PG (มั้ง)
Warning: Non Yaoi , คุณชายเจ๊ฮัง ไม่ใช่เจ๊ฮังคุณชาย, คนแต่งมึนกับประวัติศาสตร์ (?)
Writer Note:
- อ้างอิงจากจิบิตาเลียตอนที่ 10 -11
- ประวัติศาสตร์ช่วงออตโตมันทำสงครามชิงฮังการีกับออสเตรีย
- ประวัติศาสตร์ช่วงออสเตรียกับฮังการีรวมกันเป็นจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี
- ประวัติศาสตร์ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เล็กน้อย (สหภาพโซเวียตยึดฮังการี)
-------------------------------------------------------------------------------------------
ตอนที่ 1
“ตามฉันเข้ามา...”
เสียงของเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้ม นัยน์ตาสีม่วงซึ่งซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆกับเด็กสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่เบื้องหลังเขา ที่บัดนี้มาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่งที่ตกแต่งอย่างสวยงามสมกับเป็นบ้านของจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่ที่มีชื่อว่า จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
ประตูบ้านถูกเปิดออก เด็กหนุ่มเดินเข้าไปก่อนแล้วจึงค่อยตามด้วยเด็กสาว เธอถูกนำมาหยุดอยู่ที่ห้องห้องหนึ่ง แล้วผู้เป็นเสมือนเจ้าของบ้านอีกคนก็พูดขึ้นอีกครั้ง
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอจะต้องทำงานให้กับผมเพียงอย่างเดียว เข้าใจแล้วใช่มั้ย”
“ค่ะ....”
“ถ้าเข้าใจแล้วก็ไปทำงานได้”
เด็กสาวนามฮังการี หรือ เอลิซาเบธ เฮเดอวเรย์เดินหันหลังกลับออกไปจากห้องอันกว้างใหญ่นี้ เธอเข้าใจดีว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเธอ เป็นเพราะว่าไม่มีใครที่จะสามารถต้านทานอำนาจของเจ้าบ้านหลังนี้ในแถบยุโรปกลางได้เลย แถมบรรพบุรุษของเธอที่อพยพมาจากรัสเซียยังมาหาเรื่องเจ้าของบ้านหลังนี้ก่อนเป็นฝ่ายแรกเมื่อครั้งก่อนเก่าจนทำให้ดินแดนฮังการีของเธอถูกผนวกรวมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิ
และหลายต่อหลายครั้งเหลือเกินที่ดินแดนของเอลิซาเบธ ถูกรุกรานจากจักรวรรดิต่างๆมากมาย ทั้งๆที่อยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์แท้ๆ
ดังนั้นนี่จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เธอต้องมาอยู่ที่นี่
เอลิซาเบธไม่อาจรู้ได้เลยว่าเจ้าของบ้านหลังนี้และโรเดริคกำลังคิดอะไรอยู่กับการที่นำเธอมาอยู่ที่นี่เพื่อทำงานให้กับพวกเขา อันที่จริงแล้วแค่เจ้าของบ้านหลังนี้และโรเดริคส่งกำลังไปช่วยป้องกันการรุกรานก็น่าจะเพียงพอแล้ว
หากแต่เอลิซาเบธก็ไม่ได้คิดอะไรมากมายอีก ก็ในเมื่อโรเดริครับปากแล้วว่าจะเป็นคนจัดการเรื่องความเป็นอยู่ การเมืองการปกครองและเศรษฐกิจภายในดินแดนของเธอให้แล้ว ดังนั้นสิ่งที่เธอทำได้ตอนนี้ก็คือการทำงานให้กับผู้เป็นนายของเธอในบัดนี้
“เอลิซาเบธ ต่อไปนี้เธอรับผิดชอบเรื่องอาหารด้วยก็แล้วกันนะครับ” เสียงของโรเดริคดังขึ้นปลุกให้เอลิซาเบธที่ยังคงทำความสะอาดบ้านพร้อมกับจมดิ่งอยู่กับภวังค์ของตัวเองไปด้วยรู้สึกตัวขึ้น
“อาหารเหรอคะ ได้ค่ะ...”
เมื่อได้รับคำตอบอันน่าพอใจ ซึ่งแน่นอนว่าเอลิซาเบธไม่มีทางปฏิเสธได้อยู่แล้วเด็กหนุ่มก็พยักหน้าก่อนจะหันหลังเดินกลับไปตามระเบียงทางเดินที่ทอดยาว เท่านั้นแหละเด็กสาวจึงค่อยๆถอนหายใจออกมาช้าๆ
“เอาน่า...เพิ่มแค่อีกหน้าที่เดียวจะเป็นอะไรไป”
เอลิซาเบธพูดปลอบใจตัวเองเบาๆพร้อมกับยิ้มไปด้วยเพื่อให้กำลังใจตัวเอง เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น และสถานการณ์จะเลวร้ายมากขึ้นเพียงไหน ยังไงเธอก็ต้องสู้ต่อไป
ชีวิตของเธอคงไม่มีวันราบรื่นหรือมีวันที่ได้หัวเราะอย่างเต็มที่ได้เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว และถึงแม้มันอาจจะมีวันนั้น แต่ก็ยังคงมองไม่เห็นอยู่ดี...
ภายในบ้านของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์และออสเตรียหรือโรเดริคนั้น มีผู้คนมากมายอาศัยอยู่ แต่บนโต๊ะอาหารในห้องทานอาหารใหญ่ของบ้านนั้นมีเพียงแค่เจ้าของบ้านอีกคนเช่นโรเดริคนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะคนเดียวเท่านั้น จริงๆแล้วต้องมีผู้เป็นเจ้าของบ้านที่แท้จริงอีกคนร่วมโต๊ะด้วย ทว่าตอนนี้เขายังไม่กลับมาจากการเดินทางไปดินแดนต่างๆในแถบภูมิภาคนี้เพื่อให้ดินแดนเหล่านั้นเข้าเป็นส่วนหนึ่งกับจักรวรรดิ
ส่วนผู้คนที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้นั้น จะแยกออกไปทานอาหารอีกห้อง เพราะพวกเขามีวิธีการใช้ชีวิตที่แตกต่างไปจากเจ้าของบ้านหลังนี้มากมายนัก ที่สำคัญก็คือ ผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะเทียบตนเสมอเจ้านายของตัวเอง
แต่สำหรับเอลิซาเบธแล้วเธอยังต้องอยู่ในห้องนี้จนกระทั่งเสร็จเวลารับประทานอาหาร เพราะมันเป็นหน้าที่ของเธอที่จะต้องจัดการเก็บกวาดโต๊ะอาหารให้เรียบร้อย เมื่อเสร็จแล้วนั่นล่ะ เธอถึงจะไปทานอาหารได้
“รสชาติเป็นยังไงบ้างคะ” เอลิซาเบธเอ่ยถามโรเดริคที่กำลังใช้ผ้าเช็ดปากด้วยกิริยาท่าทางที่ทั้งสง่างามและนุ่มนวลสมกับเป็นผู้ที่สืบเชื้อสายมาจากตระกูลที่ยิ่งใหญ่อย่างฮับสบวร์ก
“ใช้ได้....” เด็กหนุ่มตอบเพียงสั้นๆ “แต่ผมว่าเธอน่าจะทำให้ผักบางส่วนมันเปื่อยกว่านี้นะ เพราะมันจะทำให้รสชาติดีขึ้นกว่าเดิม”
“เข้าใจแล้วค่ะ” เด็กสาวว่าพลางเดินเข้าไปเก็บกวาดจานชามและอุปกรณ์ทั้งหมดบนโต๊ะ ถึงแม้ในใจจะแอบใจเสียเล็กน้อย เพราะทั้งๆที่อุตส่าห์ทำสุดฝีมือแล้วแท้ๆแต่ก็ยังโดนคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ติเอาซะได้ และดูเหมือนจะไม่ค่อยพออกพอใจมากสักเท่าไหร่ แต่กระนั้นเอลิซาเบธก็ยังคงยิ้มให้โรเดริคอยู่เช่นเดิม
“อ้อ แล้วก็เดี๋ยวช่วยยกของหวานไปให้ผมที่ห้องดนตรีด้วยนะ”
เมื่อสั่งการจบแล้วโรเดริคจึงลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกนอกห้องอาหารไปยังห้องดนตรี ไม่มีใครเข้าใจเลยสักคนว่าทำไมเขาจึงชอบดนตรีนัก เอลิซาเบธเองก็เช่นกัน ตั้งแต่ก่อนอาหารเย็นแล้วโรเดริคอยู่ในห้องดนตรีแทบจะตลอดทั้งบ่ายหลังจากที่เขามาสั่งให้เธอเป็นคนดูแลรับผิดชอบเรื่องอาหาร
แต่แล้วเด็กสาวก็ต้องเข้าใจแทบจะในทันทีเมื่อเธอก้าวเข้าไปในห้องดนตรีพร้อมกับของหวานในมือ เพราะเธอพบว่าเด็กหนุ่มผู้สวมแว่นตานั้นกำลังนั่งอยู่บนหลังเปียโนตัวใหญ่ที่ถูกขัดมันจนเป็นเงาวับ นัยน์ตาหลับพริ้ม ใบหน้าบ่งบอกว่ากำลังดื่มด่ำอย่างสุดซึ้งกับเสียงของตัวโน้ตแต่ละตัวที่นิ้วเรียวนั้นพรมลงไปบนลิ่มของเปียโน
ท่วงทำนองที่ฟังดูอ่อนหวานและแสนเศร้าไปพร้อมๆกันทำให้เอลิซาเบธนิ่งขึงไปอยู่ชั่วขณะ ตัวโน้ตและละตัวโน้ตที่เรียงกันจนเป็นท่วงทำนองซึมซาบเข้าสู่หัวใจ
นัยน์ตาสีเขียวสวยจ้องภาพนั้นราวกับต้องมนต์สะกด ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แม้กระทั่งเจ้าของนัยน์ตาเองก็ตาม
แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งจากภวังค์เมื่อนิ้วเรียวกระแทกลิ่มจนก่อเกิดเป็นตัวโน้ตสุดท้าย ก่อนที่นัยน์ตาสีม่วงจะเงยขึ้นมาสบกับนัยน์ตาสีเขียว
“ขอบใจมาก วางไว้บนโต๊ะนั้นก็แล้วกัน อีกครึ่งชั่วโมงเธอค่อยมาเก็บไป”
“ทราบแล้วค่ะ”
เด็กสาวรับคำอย่างอ่อนน้อมก่อนจะเดินออกไปข้างนอกห้อง แล้วเธอก็ไม่รู้เลยว่าตอนนี้เธอแอบยิ้มกับตัวเองด้วยรอยยิ้มที่กว้างมากขนาดไหน...
เพราะมันเหมือนกับเป็นรอยยิ้มที่ไร้เหตุผลซึ่งเธอเองก็ไม่สามารถตอบได้ว่าเพราะอะไรจึงได้ยิ้มกว้างมากเท่านี้
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
วันต่อๆมา ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง
ทุกคนที่อยู่ในบ้านหลังนี้ต่างก็มีหน้าที่ของตัวเอง ต่างคนต่างก็ทำงานไปอย่างจะมักเขม้นโดยไม่ย่อท้อ แต่ถึงเหนื่อยก็ไม่ปริปากบ่น
เช่นเดียวกับเด็กสาวผู้ที่ยังคงร่าเริงไม่เปลี่ยนแปลงอย่างเอลิซาเบธ.....
เธอก็ยังคงทำงานบ้านอย่างขยันขันแข็งถึงแม้จะเหนื่อยขนาดไหน แต่เธอก็ยังคงยิ้มไปด้วยและทำงานไปด้วยอยู่อย่างนั้น
และแน่นอนว่า วันนี้เองก็เช่นกัน....
เสียงฝีเท้าดังขึ้นเรื่อยๆตามระเบียงทางเดินที่ทอดยาวและกว้างใหญ่ ซึ่งเด็กสาวชาวฮังการีก็ยังคงทำหน้าที่ทำความสะอาดมันให้สวยงามไร้สิ่งสกปรกอยู่ตามปกติ จริงๆแล้วหูเธอก็ได้ยินว่ามีเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แต่เธอหารู้ไม่ว่าผู้ที่เดินเข้ามานั้นคือใคร
และกว่าจะรู้ก็เมื่อคนๆนั้นเรียกชื่อเธอขึ้น
“ฮะ ฮังการี ทำไมเธอ....???”
เอลิซาเบธหันไปตามเสียงเรียก เมื่อพบกับบุคคลตรงหน้าเธอก็ยิ้มออกมาทันทีก่อนจะเอ่ยชื่อเขาด้วยน้ำเสียงร่าเริง
“กิลเบิร์ต! ดีใจจังที่ได้เจอนาย!”
เขาเป็นเด็กหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับทั้งเธอและผู้เป็นเจ้าของบ้านอีกคนหนึ่งซึ่งตอนนี้แน่นอนว่าถ้าไม่ได้อยู่ในห้องดนตรีก็จะต้องอยู่ในห้องทำงานอย่างแน่นอน
เด็กหนุ่มนามกิลเบิร์ตมีผมสีทองอ่อนจนแทบจะกลายเป็นสีบรอนซ์ นัยน์ตาสีม่วงอมแดงซึ่งมีลักษณะเหมือนกับผู้เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ เขาสูงกว่าเอลิซาเบธเล็กน้อย ทั้งๆที่เมื่อก่อนนี้เอลิซาเบธกับเขาสูงเท่ากันแท้ๆ
“ทำไมเธอมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ”
“ฉันนึกว่าคุณโรเดริคบอกนายแล้วซะอีก”
เมื่อเอ่ยถึงโรเดริค เด็กหนุ่มกลับทำปากเบ้ทันที พร้อมกับขมวดคิ้วน้อยๆไปด้วย
“หมอนั่นน่ะเหรอ ฉันไม่อยากคุยเท่าไหร่หรอก”
เอลิซาเบธรู้ดี เป็นเพราะว่ากิลเบิร์ตนั้นไม่ถูกกับโรเดริคมานานแล้ว ตั้งแต่ทั้งสามคนยังเป็นเด็กตัวกระเปี๊ยกถือดาบไม้ไล่ตีกันอยู่เลย และแน่นอนว่าทั้งสองคนนี้จะตีกันบ่อยที่สุดแล้ว จนกระทั่งตอนนี้ถึงแม้จะไม่ค่อยทะเลาะกันเหมือนเมื่อก่อน แต่ยังไงที่แน่ๆคือทั้งสองคนยังรอวันเหมาะๆที่จะทะเลาะกันครั้งใหญ่ให้มันจบๆเรื่องไปนั่นเอง
“แล้ว....สรุปเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” กิลเบิร์ตถามย้ำต่ออีกครั้ง เอลิซาเบธเลยต้องเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดคร่าวๆให้เด็กหนุ่มฟัง
“ทำไมเธอไม่บอกฉันล่ะ! ฉันกับจักรวรรดิโรมันจะได้ไปช่วยเธอ”
“ไม่เป็นไรหรอก ก็ในเมื่อเรื่องมันแล้วก็แล้วกันไป ฉันว่าสักวันเหตุการณ์มันต้องดีขึ้นแน่ๆ”
“เธอน่ะก็อย่างนี้ตลอดแหละ ทั้งๆที่ไม่รู้เลยว่ามันจะเป็นยังไงต่อจากนี้ไป”
“ทำไมนายพูดแบบนี้กิลเบิร์ต นายน่ะมองโลกในแง่ร้ายเกินไปแล้วนะ”
“ก็ฉันพูดในสิ่งที่ฉันคิดนี่ ฉันหวังดีกับเธอนะเอลิซาเบธ”
“ฉันรู้ แต่นายเองก็น่าจะรู้นิสัยฉันแล้วว่าเป็นยังไง แล้วสถานการณ์ก็ไม่ได้ถึงขั้นเลวร้ายจนฉันต้องไปเป็นตัวประกันให้ฝั่งโน้นสักหน่อยนี่”
“ก็เธอมีอะไรก็ไม่ยอมบอก....” กิลเบิร์ตทำหน้าไม่ค่อยพออกพอใจสักเท่าไหร่ ส่วนเอลิซาเบธเองก็ได้แต่ถอนหายใจเท่านั้น
“ขอร้องล่ะ พูดง่ายๆหน่อย อ้อ แล้วก็ฉันจะทำงานต่อแล้ว ขอบใจนะสำหรับความหวังดีของนายน่ะ”
พูดจบเด็กสาวก็ยกอุปกรณ์ที่วางอยู่บนพื้นแล้วเดินไปทำความสะอาดที่ด้านหน้าถัดไปต่อ โดยไม่ฟังเสียงทักท้วงจากเด็กหนุ่มเลยแม้แต่น้อย
“ดะ เดี๋ยวสิเธอ เดี๋ยว...!”
เย็นวันนั้น ณ ห้องรับประทานอาหารใหญ่ที่บ้านของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
“คุณโรเดริคจะรับอะไรเพิ่มอีกรึเปล่าคะ” เอลิซาเบธถามบุคคลที่กำลังเช็ดปากหลังจากรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อย น่าแปลกที่วันนี้เด็กหนุ่มผู้เจ้าระเบียบนั้นไม่ค่อยพูดไม่ค่อยกล่าวติติงอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว
“ไม่ล่ะ แล้วก็พรุ่งนี้เช้าไม่ต้องเตรียมอาหารเช้าให้ผมด้วยนะ”
โรเดริคลุกขึ้นยืนหมายจะเดินออกไปจากห้องรับประทานอาหาร เพียงแต่มีเสียงของเด็กสาวเรียกเข้าไว้เท่านั้นแหละ ร่างสูงจึงหยุดอยู่ที่บริเวณขอบประตู
“พรุ่งนี้คุณจะไปไหนหรือคะ”
นัยน์ตาสีม่วงทอดมองมาที่ร่างของเอลิซาเบธอย่างสงบนิ่งโดยที่บ่งบอกอารมณ์ไม่ได้ ทำให้เธอรู้สึกใจเสียเล็กน้อยว่าเป็นการเสียมารยาทเกินไปหรือเปล่าที่ถามผู้ที่เป็นเสมือนกับเจ้านายของเธอในยามนี้ ดังนั้นเด็กสาวจึงได้แต่ยิ้มเจื่อนๆก่อนจะเอ่ยขึ้นต่อเป็นการขอโทษพร้อมกับค้อมตัวอย่างอ่อนน้อม
“ฉันขอโทษนะคะคุณโรเดริคที่เสียมารยาทถามเรื่องที่ไม่ควรถาม ขอโทษจริงๆค่ะ”
“เธอไม่ต้องขอโทษผมหรอก ถ้าเธออยากรู้ผมก็จะตอบ”
“....ค่ะ.....”
“ผมจะไปอิตาลีพรุ่งนี้ ตอนนี้ที่นั่นกำลังวุ่นวายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”
เอลิซาเบธพยักหน้ารับคำอธิบายของโรเดริค เธอพอที่จะเข้าใจอะไรได้ลางๆบ้างแล้วจากที่เขาบอกมา
ดูเหมือนว่าจะเกิดสงครามที่แบ่งอิตาลีออกเป็นส่วนๆเมื่อไม่นานมานี้ ประเทศมหาอำนาจหลากหลายประเทศต่างหมายตาประเทศนี้เอาไว้โดยตั้งใจว่าจะยึดครองไว้ให้อยู่ภายใต้อำนาจของตน แต่ที่แน่ๆก็คือตอนนี้ฟรานซิสและอันโตนิโอกำลังทำสงครามขับเคี่ยวกันอยู่
“แต่ว่า... จักรวรรดิโรมันยังไม่กลับมาเลยนะคะ”
เหมือนโรเดริคจะจับความเป็นห่วงเป็นใยที่อยู่ในน้ำเสียงของเอลิซาเบธได้ ทว่าเขาไม่ได้ยิ้ม แต่กลับใช้นิ้วชี้ดันแว่นขึ้นอย่างเคยชินก่อนจะเอ่ยเรียบๆ
“ไม่มีปัญหาอะไรหรอก เพราะยังไงผมก็เป็นเหมือนเจ้าของบ้านหลังนี้อีกคนเหมือนกัน”
แต่มันก็เป็นน้ำเสียงที่ยืนยันได้เป็นอย่างดีเลยว่า เด็กหนุ่มผู้นี้นั้นแข็งแกร่งมากกว่าที่เห็นจากภายนอกมากขนาดไหน
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Fic-Fact :
จริงๆแล้วสำหรับตอนนี้ก็มีเกร็ดประวัติศาสตร์อยู่ไม่ค่อยมากหรอก คือเราหาข้อมูลแล้วมันไม่แน่ชัดเลยว่าเจ๊ใหญ่ของเราไปอยู่บ้านคุณชายตั้งแต่ตอนไหน เท่าที่ค้นเจอก็คือตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 10 กว่าๆฮังการีก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว
แถมด้วยในอนิเมะที่เอามาอ้างอิงเรื่องการไปอยู่บ้านจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์กับคุณชายของเจ๊ใหญ่ก็ไม่ระบุชัดเจนว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ที่แน่ๆคือน่าจะก่อนหน้าอิตาลีอยู่นานพอสมควร
สำหรับเรื่องการรุกรานฮังการีในช่วงก่อนศตวรรษที่ 15-16 เป็นเรื่องจริงค่ะ เพราะเผ่ามองโกลในตอนนั้นที่ขยายอำนาจไปทั่วแถบเอเชียตะวันออกไกล (พวกจีน ญี่ปุ่น เกาหลี อะไรงี้) ที่สำคัญก็คือมีรัสเซียของคุณอีวานเป็นเมืองขึ้นในตอนนั้นด้วย ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าประเทศในแถบคาบสมุทรบอลข่าน (บอลติค) และลุ่มแม่น้ำดานูบจะไม่โดนรุกราน
Fic-ฝอย :
โซนนี้เอาไว้คุยเรื่องที่เราฝอยขึ้นเองล้วนๆ (ฮ่าๆๆๆ)
ที่ฝอยขึ้นเองก็อย่างที่บอกคือ ไม่ทราบแน่ชัดว่าเจ๊ใหญ่ไปอยู่บ้านจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์กับคุณชายตอนไหนกันแน่ ดังนั้นเพื่อเอาให้เข้ากับฟิคก็เลยเอาช่วงที่โดนรุกรานหนักๆนั่นแหละมาใส่เป็นจุดเริ่มต้น
จากการบรรยายในอนิเมะบอกว่าเจ๊ใหญ่เป็นผู้หญิงที่ร่าเริงและไม่ย่อท้อกับอุปสรรคถึงแม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างแย่ก็ตามทีเราก็เลยพยายามแต่งให้นิสัยของเจ๊ใหญ่ออกมาแนวๆนี้ปต่ไม่รู้ว่าคนอ่านจะคิดแบบนี้รึเปล่า แล้วก็คุณชายด้วย อย่างที่รู้ๆกันดีว่าคุณชายฮีเป็นคนจุกจิกและเจ้าระเบียบสุดๆ แต่ตอนนี้ยังไม่ค่อยมีนิสัยแบบนั้นมากเท่าไหร่ (พูดง่ายๆก็คือไม่รู้ว่าจะใส่ไว้ตรงไหนดีนั่นล่ะ) ที่สำคัญคือไม่อยากแกล้งเจ๊ใหญ่ตั้งแต่เริ่มด้วย (เพราะเรื่องต่อจากนี้ยังมีอีกเยอะ - -*)
ส่วนกิลบูด ตอนนี้ยังไม่ค่อยเกรียนเท่าไหร่ แล้วก็การพูดคุยระหว่างเจ๊ใหญ่กับกิลบูดนั้น คิดไว้ว่าน่าจะเป็นราวๆนี้ ถ้าหากว่ามันไม่ใช่ฟิครั่ว+เสื่อม+ฮาน่ะนะ ถ้าเป็นฟิคสไตล์นั้นไม่ต้องพูดถึง อะหึๆๆๆ รั่วกระจาย!!~ *0*
และสุดท้ายก็คือ การที่กิลบูดไม่ถูกกับคุณชาย เราคิดว่าน่าจะไม่ถูกกันมานานแล้วจริงๆ เลยเอามาใส่ด้วย เพราะทะเลาะกันบ่อยเหลือเกิน (สงครามระหว่างปรัสเซียกับออสเตรีย แน่ล่ะว่าในอนาคตต้องมี ต้องพูดถึง!)
เอาล่ะค่ะ..............ถ้ามีอะไรสงสัยก็ถามมาได้นะคะ เราจะพยายามตอบให้ค่ะ ไม่ว่าจะแฟ็คจะฝอย ถามมาเถอะ ไม่เข้าใจตรงไหนถามโลดดดด
ส่วนวันนี้ก็คงต้องขอตัวไปก่อน ง่วงมากมาย พรุ่งนี้เป็นเสาร์-อาทิตย์สุดท้ายแล้วที่จะได้ตื่นเช้า ยะฮู้ววววววววววว !! ^0^
ปล. จะวันเกิดเค้าแล้วนะ อยากจะเควสอะไรก็รีบเควส เดี๋ยวหมดเขตนะเออ *0*
ปล.2 รดน้ำต้นไม้ให้ด้วยนะอะฮิ XD
ปล.3 เค้ารักเทพเจ้าซัลว่าที่สุดเลย!!!!!~~~ ><
ปล.4 เห็ดขึ้นหัวแล้ว ยังไม่ได้เฮตาเลียเล่ม 1 เลย อะฮึก TT^TT
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++